แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

Apr 02

แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

MACD (Moving Average Convergence Divergence) เป็นเครื่องมืออีกชิ้นที่ช่วยในการตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนแนวโน้มของคลื่น ได้ดีครับ การใช้งานเครื่องมือทั้ง 3 ชนิด อ่านตำราแล้วเหมือนจะใช้ต่างกัน แต่ผมมักจะมองภาพรวมทั้ง 3 ตัวด้วยกัน รวมถึงการนับขาตามทฤษฎีอีเลียตเวฟ เพื่อช่วยตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนแนวโน้ม หากใครอ่านตำรา ก็มักจะพุ่งเป้าไปที่สัญญาณ overbought/oversold เป็นหลัก แต่จริงๆแล้ว เรายังดูหลายอย่างที่ละเอี�

Bearish Failure Swing แน่นอนว่าต้องตรงกันข้ามกันก็คือการที่ RSI ขึ้นสูงกว่า 70 ลงต่ำกว่า 70 ในเวลาต่อมา และกลับตัวขึ้นไป แต่ไม่ถึง 70 พร้อมกับ ราคาปิดล่าสุด ต่ำกว่า จุดต่ำสุดของวันก่อนหน้า เป้นสัญญาณว่าหุ้นอาจจ�


แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

สรุป : ทริคการหาสัญญาณของการเกิด Bullish Divergence เราจะต้องอ�



วิดีโอ แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

Forex คืออะไร

อ่านเกี่ยวกับ แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

มีของอยู่ในมือแล้ว พวกเรามักมีปัญหาในการปล่อย หรือติดดอย เพราะไม่มีการเช็คสุขภาพ หรือพลังของคลื่น ว่าเหลือมากน้อยแค่ไหน สมควรจะเสี่ยงถือต่อไป หรือโยนให้คนอื่นถือต่อดี วันนี้มารู้จักกับเครื่องมือวัดพลังคลื่นทั้ง 3 ตัวที่ผมใช้ประจำครับ

Stochastic Oscillator เป็นตัววัดแนวโน้มที่ให้ทิศทาง เร็วกว่าเพื่อน แต่ก็นั่นแหละครับ หลอกเก่งกว่าเพื่อนเหมือนกัน เหมาะกับการให้ทิศทางระยะสั้นหรือตลาด sideway มากกว่า

RSI (Relative Strength Index) เป็นเครื่องมือวัดพลังของคลื่น ที่ผมให้น้ำหนักค่อนข้างมาก ผมใช้ยอดคลื่นของมันชี้ตำแหน่งคลื่น 3 และคลื่น b

MACD (Moving Average Convergence Divergence) เป็นเครื่องมืออีกชิ้นที่ช่วยในการตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนแนวโน้มของคลื่น ได้ดีครับ การใช้งานเครื่องมือทั้ง 3 ชนิด อ่านตำราแล้วเหมือนจะใช้ต่างกัน แต่ผมมักจะมองภาพรวมทั้ง 3 ตัวด้วยกัน รวมถึงการนับขาตามทฤษฎีอีเลียตเวฟ เพื่อช่วยตัดสินใจเรื่องการเปลี่ยนแนวโน้ม หากใครอ่านตำรา ก็มักจะพุ่งเป้าไปที่สัญญาณ overbought/oversold เป็นหลัก แต่จริงๆแล้ว เรายังดูหลายอย่างที่ละเอี�

Source: http://www.setmonitor.com/@ittikorns/0Ee51E


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ

Forex คืออะไร

วิดีโอ แปลภาษาเกาหลีเป็นอังกฤษ



RSI (Relative Strength Index) เป็นเครื่องมือวัดพลังของคลื่น ที่ผมให้น้ำหนักค่อนข้างมาก ผมใช้ยอดคลื่นของมันชี้ตำแหน่งคลื่น 3 และคลื่น b

ยกตัวอย่าง Bullish Failure Swing คือการที่ RSI ลงไปต่ำกว่า 30 กลับขึ้นมาเหนือ 30 และ เกิดการ Pull Back คือลดลงต่ำ แต่ว่าไม่ต่ำกว่า 30 และ จบลงด้วยการที่ ราคาปิดสูงกว่า ราคาสูงสุดของวันก่อนหน้า เป็นสัญญาณว่าหุ้นอาจมีการกลับตัวเป็นขาขึ้น

กราฟลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่กว่าเดิมในสัญลักษณ์ที่ 1 แต่ Indicator นั้นได้ทำจุดต่ำสุดใหม่สูงกว่าเดิมในสัญลักษณ์ที่ 2 แสดงว่าเริ่มมีสัญญาณของ Bullish Divergence 



พื้นฐานราคาหุ้น กับ RSI (Relative Strength Index)

Relative Strength Index (RSI) ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เราสามารถหยิบมาใช้เป็นตัววัดทิศทางของราคาหุ้นได้เช่นเดียวกับ Moving Average Convergance (MACD) และ Stochastic Oscillator

RSI เป็นตัววัดความเร็วในการเคลื่อนไหว และ ทิศทางของราคาหุ้น เมื่อนำไปแสดงบนกราฟค่า RSI จะเริ่มต้นจาก 0 และสูงสุดที่ 100 โดยเครื่องมือตัวนี้จะใช้ข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงในราคาโดยเฉลี่ยของช่วงเวลาที่กำหนด ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการนำมาใช้กับ RSI นั้นก็คือ 14

หากกำหนดค่าช่วงเวลาต่ำกว่า 14 จะทำให้เกิดสัญญาณ Overbought และ Oversold มากขึ้น และ ในทางกลับกันก็คือถ้ามากกว่า 14 จะทำให้เกิดสัญญาณน้อยลง

การหาค่า RSI นั้นจำเป็นต้องมีค่า RS ก่อนซึ่งก็คือ

RS = ราคาปิดบวกเฉลี่ย x วัน / ราคาปิดลบเฉลี่ย x วัน

ส่วนค่า RSI นั้นสามารถหาได้โดยการนำค่า RS มาใส่ในสูตรการคำนวณ

RSI = 100 – 100 / (1+RS)

Overbought และ Oversold

การใช้ RSI แบบพื้นฐานๆ สุดก็คือการหาจุด Overbought และ Oversold หาก RSI มีค่าเกิน 70 จะแสดงว่าหุ้นตัวนั้นอยู่ในจัด Overbought ส่วนหากต่ำกว่า 30 จะแปลว่าอยู่ในจะ Oversold โดยถ้าหากค่า RSI อยู่ในช่วงระหว่าง 50 เป็นการแสดงถึงแนวโน้มอยู่ในสภาพปกติ

ในการใช้ RSI ดูสัญญาณทางเทคนิคนั้นก็คือหาก RSI วิ่งเหนือกว่าเส้น 30 จะแปลว่าหุ้นตัวนั้นอยู่ในสภาวะ Bullish และ หากวิ่งลงต่ำกว่า 70 ก็คือ Bearish 

RSI ก็เหมือนกับเครื่องมือที่ใช้วัดแนวโน้มตัวอื่นๆ ที่จะค่อนข้างชัดเจนและใช้งานได้ดีที่สุดในขณะที่ราคาอยู่ในช่วง Sideways หากเทียบกับตอนราคาที่อยู่ในขาขึ้น กับ ขาลง ความยากในการจับสัญญาณก็จะมีมากขึ้น อาจจะต้องใช้ประสบการณ์ และ ความสามารถในการหาแนวโน้มที่แท้จริงของราคา ณ ขณะนั้น

ใน วงกลม จะเห็นว่า RSI ได้ขึ้นไปถึงจุด Overbought ที่ 70 บนกราฟ และ Oversold ที่ 30 ราคาหุ้น PTTEP

ราคา กับ RSI Divergence

Wilder หรือ ผู้คิดค้น RSI นั้นได้ให้คำแนะนำว่าหากมีการเกิด Divergence ระหว่าง ราคา กับ RSI (การที่แนวโน้มราคาไม่ไปในทิศทางเดียวกันกับ RSI) เป็นสัญญาณว่าอาจจะมีการกลับตัวของราคาเกิดขึ้น 

Bullish Divergence จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการที่ ราคาหุ้น Lower Low (จุดต่ำสุดใหม่ ที่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดเก่า หรือ ต่ำลงเรื่อยๆ) ในขณะที่ RSI นั้นทำ Higher Low (จุดต่ำสุดใหม่ ที่สูงกว่าจุดต่ำสุดเก่า หรือ สูงขึ้นเรื่อยๆ) จะเป็นการแสดงถึงแนวโน้มที่จะมีการกลับตัวเป็นขาขึ้น

Bearish Divergence จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการที่ ราคาหุ้น Higher High (จุดสูงสุดใหม่ ที่สูงกว่าจุดสูงสุดเก่า หรือ สูงขึ้นเรื่อยๆ)ในขณะที่ RSI นั้นทำ Lower High (จุดสูงสุดใหม่ ที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเก่า หรือ ต่ำลงเรื่อยๆ) จะเป็นการแสดงถึงแนวโน้มที่จะมีการกลับตัวเป็นลงขึ้น

Failure Swings

Wilder ยังบอกอีกว่าตัวชี้วัดอีกตัวที่สามารถบอกว่าราคาหุ้นอาจเกินการกลับตัวได้นั้นก็คือ Failure Swings คงแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า การสวิงที่ผิดผลาด

ยกตัวอย่าง Bullish Failure Swing คือการที่ RSI ลงไปต่ำกว่า 30 กลับขึ้นมาเหนือ 30 และ เกิดการ Pull Back คือลดลงต่ำ แต่ว่าไม่ต่ำกว่า 30 และ จบลงด้วยการที่ ราคาปิดสูงกว่า ราคาสูงสุดของวันก่อนหน้า เป็นสัญญาณว่าหุ้นอาจมีการกลับตัวเป็นขาขึ้น

Bearish Failure Swing แน่นอนว่าต้องตรงกันข้ามกันก็คือการที่ RSI ขึ้นสูงกว่า 70 ลงต่ำกว่า 70 ในเวลาต่อมา และกลับตัวขึ้นไป แต่ไม่ถึง 70 พร้อมกับ ราคาปิดล่าสุด ต่ำกว่า จุดต่ำสุดของวันก่อนหน้า เป้นสัญญาณว่าหุ้นอาจจ�

Source: http://www.thaifxtrading.com/forex-study/gold-trading/guideline-thaigold/44-rsi-macd-stochastic-of-gold.html