otc คือ

Apr 19

Otc คือ

        พิจารณาจากรูปที่ 10 การกำหนดที่บิต GATE C/T และ TRx (TR0 หรือ TR1) เราสามารถกำหนดได้จากซอฟต์แวร์(Software)เท่านั้น จะเป็นการเลือกให้ใช้ในส่วนของการควบคุมการตั้งเวลา(Timer) หรือจากการทำงานในส่วนของฮาร์ดแวร์(Hardware) การกำหนดสถานะลอจิกที่ขา INT0 หรือ INT1 จะเป็นการควบคุมการปิด - เปิดสวิตซ์ที่จะรับสัญญาณอินพุต เพื่อเข้าสู่การนับที่รีจิสเตอร์ TLx โดยสัญญาณที่รับเข้ามาจะมีด้วยกัน 2 ทางโดยเลือกได้จากบิต C/T คือ ทางแรกจะรับมาจากสัญญาณความถี่ภายในของไมโครคอนโทรลเลอร์ หารด้วย12 ส่วนอีกทางหนึ่งจะรับสัญญาณที่มาจากภายนอกที่ขา T0 หรือ T1 ของไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยเราจะใช้บิต TRx เป็นตัวควบคุมการเริ่มต้นและหยุดการนับโดยคำสั่งทางซอฟต์แวร์(Software)

: http://itspace.bu.ac.th/


otc คือ

Ask your pharmacist or doctor for a copy of the manufacturer's information for the patient.



วิดีโอ otc คือ

เทคนิค IQ option ตลาด OTC by Kitti T.

อ่านเกี่ยวกับ otc คือ

 Adisak chinawong             ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ  วันที่ 8 กันยายน 2546         

     Back to menu    

     ตัวนับและตัวกำหนดเวลา Counter/Timer             ในการศึกษาไมโครคอนโทรลเลอร์ครั้งแรกพอเรียนรู้มาถึงเรื่อง Counter/Timer จะเป็นปัญหาในการทำความเข้าใจในการใช้รีจิสเตอร์ต่างๆมากมาย ดังนั้นเราจึงใช้วิธีการสรุปการทำงานของรีจิสเตอร์ที่เกี่ยวข้องกันเสียก่อน โดยเริ่มจาก Counter/Timer ก็คือ ตัวนับและตัวกำหนดเวลา ซึ่งหมายถึงความสามารถที่จะนำไปใช้เป็นการนับค่าต่างๆ หรือใช้เป็นการตั้งเวลาหรือกำหนดค่าเวลาที่ต้องการก็ได้ ส่วนของ Counter/Timer จะอยู่ในรีจิสเตอร์ TMOD และเป็นรีจิสเตอร์ฟังก์ชั่น พิเศษ (Special function register) ทำหน้าที่ควบคุมโหมดการทำงาน ประกอบด้วย Counter/Timer จำนวน 2 ตัว ที่อยู่ในรีจิสเตอร์ TMOD คือ Timer0 และ Timer1 ซึ่งการใช้งานของ Timer ทั้ง 2 ตัวจะสามารถแยกการทำงานออกจากกันได้อย่างอิสระ โดยการเก็บค่าที่จะกำหนดค่าการนับหรือตัวตั้งเวลา ไว้ในข้อมูลของรีจิสเตอร์ TLx และ THx ซึ่งเป็น รีจิสเตอร์ขนาด 8 บิต อยู่ในรีจิสเตอร์ฟังก์ชั่นพิเศษ (Special function register) และใช้เป็นแบบนับขึ้น (Count Up Counter) ซึ่งมีทั้งหมดอยู่ 4 ตัวด้วยกันคือ TH0, TL0, TH1 และ TL1 สามารถใช้ร่วมกันเป็นรีจิสเตอร์ขนาด 16 บิตได้ โดยจะนำ TH0 รวมกับTL0 และ TH1 รวมกับ TL1 ในการใช้งานCounter/Timer เป็นตัวนับ หรือใช้เป็นตัวตั้งเวลา เราสามารถกำหนดได้ที่บิต C/T ของรีจิสเตอร์ TMOD โดยบิต C/T จะเป็นการเลือกฟังก์ชั่นให้ตัวนับ(Counter) หรือตัวกำหนดเวลา(Timer) ในกรณีที่เลือกให้เป็นตัวตั้งเวลาหรือการกำหนดค่าเวลา (Timer) เราจะใช้ความถี่ภายในของไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยได้มาจากสัญญาณนาฬิกาที่ป้อนให้กับไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยใช้การนับขึ้นจากค่าข้อมูลในรีจิสเตอร์ TLx และ รีจิสเตอร์ THx จนทำให้มีค่าเป็น"1"ทุกบิต ทั้ง 16 บิต (TL0 = FFH ,TH0= FFH) หลังจากนั้นก็ให้นับต่ออีกหนึ่งค่าจะทำให้ข้อมูลใน รีจิสเตอร์ TLx และ THx เป็น "0" ทุกบิต (TL0 = 00H ,TH0= 00H) ทำให้บิตแสดงสถานะ TFx (TF0 และ TF1 ซึ่งอยู่ในรีจิสเตอร์ TCON) ถูกเซตเป็น "1" ทำหน้าที่แสดงผลการเกิดค่าที่เรียกว่าค่านับเกิน (Overflow ) ก็คือการครบกำหนดค่าที่ตั้งไว้นั้นเอง ดังนั้นในการกำหนดค่าจึงต้องกำหนดโดยการนำเอาค่าสูงสุดที่นับได้ (FFFFH) มาทำการลบออกจากค่าเวลาที่เราต้องการ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือค่าที่เราจะกำหนดให้เป็นข้อมูลของรีจิสเตอร์ TLx และ THx ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นในการนับนั้นเอง (ให้ศึกษาจากใบงานประกอบ)ในกรณีเดียวกันการทำให้เป็นตัวกำหนดการนับ (Counter) ก็จะต้องทำการกำหนดสถานะที่บิต C/T ของรีจิสเตอร์ TMOD ให้อยู่ฟังก์ชั่นของการนับ และจะทำการนับค่าเมื่อมีสัญญาณจากภายนอก โดยป้อนเข้ามาที่ขา Tx (T0 และ T1)ของตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ และจะต้องเป็นสัญญาณที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะจากลอจิก "1" เป็นลอจิก "0" รีจิสเตอร์ THx และ รีจิสเตอร์ TLx จะนับค่าขึ้นทีละหนึ่งค่าต่อจากค่าที่เรากำหนดไว้ก่อนหน้า โดยให้นับต่อจนเกิดค่าที่เรียกว่าค่านับเกิน (Overflow ) เช่นเดียวกันกับการกำหนดค่าเวลา(Timer) หลังจากนั้นก็จะทำให้บิต TFx( TF0 และ TF1) ที่แสดงผลค่านับเกิน (Overflow )ถูกเซตให้เป็น "1" ก็หมายถึงการนับสัญญาณจากภายนอกครบจำนวนที่ได้กำหนดไว้แล้วหลังจากที่สรุปหน้าที่และการทำงานของตัวนับและตัวกำหนดเวลาเป็นพื้นฐานกันแล้ว เรามาศึกษารายละเอียดของรีจิสเตอร์แต่ละตัวกันต่อดีกว่าครับ

รีจิสเตอร์ไทเมอร์ (Timer)           เป็นรีจีสเตอร์ขนาด 8 บิต อยู่ในส่วนของรีจิสเตอร์ฟังก์ชั่นพิเศษ หรือ SFR (Special function register) มีอยู่ด้วยกัน 4 ตัวคือ รีจิสเตอร์ TL0 มีแอดเดรสอยู่ที่ตำแหน่ง 8AH, รีจิสเตอร์ TH0 โดยมีแอดเดรสอยู่ที่ตำแหน่ง 8CH, รีจิสเตอร์ TL1มีแอดเดรสอยู่ที่ตำแหน่ง 8BH และรีจิสเตอร์ TH1มีแอดเดรสอยู่ที่ตำแหน่ง 8DH ในการใช้งานรีจิสเตอร์ทั้ง 4 ตัวเราสามารถที่จะใช้งานรวมกันเป็นคู่เพื่อให้ได้รีจิสเตอร์ขนาด 16 บิต คือ TL0 และ TH0 จะรวมกันเพื่อใช้งานในการกำหนดค่าการนับของ TIMER 0 ที่มีขนาด 16 บิต ในทำนองเดียวกัน TL1 และ TH1 จะรวมกันเพื่อใช้งานในการกำหนดค่าการนับของ TIMER 1ที่มีขนาด 16 บิต โดยในข้อมูลในรีจิสเตอร์ของ TL0 และ TL1 จะเก็บค่าข้อมูลของ 8 บิตล่าง ส่วน TH0 และ TH1 จะเก็บค่าข้อมูลของ 8 บิตบน เมื่อนำมารวมกันจะสามารถนับค่าได้ถึง 65,536 ค่าหรือ 0000H-FFFFH ในการใช้งานเราจะกำหนดให้มีการนับค่าให้เกิน 65,536 เพื่อที่จะทำให้เกิดค่าที่เรียกว่าค่านับเกิน (Overflow )และเมื่อเกิดการนับรอบใหม่ บิต TF0 และ TF1 ที่อยู่ใน รีจิสเตอร์ TCON ซึ่งจะทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของไทเมอร์(Timer0,Timer1)จะเกิดการเซตบิต ทำให้บิตนี้มีสถานะลอจิกเป็น "1" ก็จะเป็นการแสดงสถานะให้ทราบว่ามีการนับเกินค่าสูงสุดแล้ว และในการเซตบิต TF0 และ TF1 จะขึ้นอยู่ว่าเราได้เลือกใช้งาน รีจิสเตอร์ไทเมอร์ตัวไหนอยู่ในขณะนั้น

รีจิสเตอร์ TCON (Timer/Counter Control Register)           จากตอนที่ผ่านมาเราได้ศึกษาการใช้งาน ในการควบคุมการอินเตอร์รัพท์จากภายนอกโดยจะใช้บางส่วนของของ รีจีสเตอร์ TCON ไปบ้างแล้ว ในตอนนี้เราจะใช้ส่วนที่เหลืออีก 4 บิตซึ่งจะเป็น บิตที่ทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณการอินเตอร์รัพท์ของไทเมอร์ (Timer) และจะทำหน้าที่ตรวจสอบค่าการนับของ ไทเมอร์ (Timer) เมื่อเกิดค่านับเกิน (Overflow) ซึ่งเราจะเซตและเคลียร์บิตด้วยวิธีการใช้คำสั่งทางซอฟต์แวร์ หรือจากการใช้คำสั่งในการโอนย้ายข้อมูลก็ได้ รีจิสเตอร์TCONเป็นส่วนของรีจิสเตอร์ฟังก์ชั่นพิเศษ (Special function register) ที่อยู่ในตำแหน่งแอดเดรสที่ 88H และมีขนาด 8 บิต สามารถเข้าถึงในระดับบิตได้ ในสภาวะเริ่มต้นของไมโครคอนโทรลเลอร์หลังการรีเซต จะกำหนดให้ค่าของรีจิสเตอร์ TCON มีค่า 00000000 เป็นค่าเริ่มต้น

TF1: TCON.7 (Timer1 Overflow Flag) ทำหน้าที่เป็นแฟลกซึ่งจะแสดงสถานะลอจิกเป็น "1" เมื่อเกิดค่านับเกิน (Overflow) ที่ ไทเมอร์1(Timer1) และจะกระโดดไปทำโปรแกรมการตอบสนองการอินเตอร์รัพท์ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเริ่มต้นที่แอดเดรส 001BH ของหน่วยความจำโปรแกรม และบิตนี้จะถูกเคลียร์ให้เป็น "0" อัตโนมัติโดยทางฮาร์ดแวร์(Hardware) TR1: TCON.6 (Timer1 run control bit)เป็นบิตควบคุมการทำงานของไทเมอร์1(Timer1) โดยถ้าทำการเซตที่บิตนี้ให้เป็นสถานะลอจิกเป็น "1" (SETB TR1) จะควบคุมให้ไทเมอร์1(Timer1) เริ่มทำงานและถ้าเคลียร์ให้บิตนี้เป็นสถานะลอจิก "0" (CLR TR1) จะทำการควบคุมให้ไทเมอร์1(Timer1) หยุดทำงาน TF0: TCON.5 (Timer1 Overflow Flag) ทำหน้าที่เป็นแฟลกซึ่งจะแสดงสถานะลอจิกเป็น "1" เมื่อเกิดค่านับเกิน (Overflow) ที่ ไทเมอร์0 (Timer0) และจะกระโดดไปทำโปรแกรมการตอบสนองการอินเตอร์รัพท์ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเริ่มต้นที่แอดเดรส 000BH ของหน่วยความจำโปรแกรม และบิตนี้จะถูกเคลียร์ให้เป็น "0" อัตโนมัติโดยทางฮาร์ดแวร์(Hardware) TR0: TCON.4 (Timer0 run control bit) เป็นบิตควบคุมการทำงานของไทเมอร์0(Timer0) โดยถ้าทำการเซตที่บิตนี้ให้ เป็นสถานะลอจิก "1" (SETB TR0) จะเป็นการควบคุมให้ ไทเมอร์0(Timer0) เริ่มทำงาน และถ้าทำการเคลียร์ให้บิตนี้เป็นสถานะลอจิก "0" (CLR TR0) จะทำการควบคุมให้ไทเมอร์0(Timer0)หยุดทำงาน

รีจิสเตอร์ TMOD (Timer/Counter Mode Control Register)           เป็นรีจิสเตอร์ฟังก์ชั่นพิเศษ (Special function register) ที่อยู่ในตำแหน่งแอดเดรส 89H เป็นรีจิสเตอร์ที่มีขนาด 8 บิต และรีจิสเตอร์ TMOD ไม่สามารถที่อ้างถึงแอดเดรสในระดับบิตได้ ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีการโอนย้ายข้อมูลขนาด 8 บิต ให้กับรีจิสเตอร์นี้โดยตรง ในสภาวะเริ่มต้นของไมโครคอนโทรลเลอร์หลังการรีเซต จะกำหนดให้ค่าของรีจิสเตอร์ TMOD มีค่า 00000000 เป็นค่าเริ่มต้น (AT89CX051) หน้าที่ของรีจิสเตอร์ TMOD จะใช้งานในการควบคุมโหมดการทำงาน และสัญญาณการการควบคุมการทำงานของ Timer0 และ Timer1

รูปที่ 8 แสดงบิตต่างๆของรีจิสเตอร์ TMOD

** ความหมายแต่ละบิตของ Timer 0 และ Timer1) จะเหมือนกัน แต่การใช้งานสามารถแยกออกจากกันได้อย่างอิสระ GATE: (Gate Control When Set) เป็นบิตที่ใช้เลือกลักษณะการควบคุมการทำงานในส่วนของไทเมอร์0 (Timer0) และ ไทเมอร์1(Timer1) โดยการกำหนดที่สถานะลอจิกของบิตดังนี้ กำหนด GATE=0 เป็นการกำหนดให้สถานะของบิตนี้มีค่าเป็นลอจิก "0" จะทำให้ Timer0 (Timer1) ทำงาน โดยจะถูกควบ คุมจากบิต TR0 (TR1) ในรีจีสเตอร์ TCON ซึ่งเป็นการควบคุมทางซอฟต์แวร์(Software) กำหนด GATE=1 เป็นการกำหนดให้สถานะของบิตนี้มีค่าเป็นลอจิก "1" จะทำให้ Timer0 (Timer1) ทำงาน โดยจะถูกควบ คุมจากภายนอกที่ขาอินเตอร์รัพท์ INT0 (INT1) ของไมโครคอนโทรลเลอร์ ซึ่งจะเป็นเป็นการควบคุมทางฮารด์แวร์ (Hardware) โดยพิจารณาได้จากรูปที่ 9 ประกอบหากเรากำหนดให้สถานะลอจิกที่ขา GATE เป็น "1" เมื่อผ่านตัวอินเวอร์เตอร์ก็จะทำให้เอาต์พุตของอินเวอร์เตอร์เป็นสถานะลอจิก "0" และถ้าให้ที่อินพุตของขาอินเตอร์รัพท์ INT0 (INT1) เป็นสถานะลอจิก "1" ก็จะทำให้เอาต์พุตของออร์เกทเป็นสถานะ ลอจิก"1"ด้วย ส่งผลให้เอาต์พุตของแอนด์เกทเป็นสถานะลอจิก "1" ทำให้สวิตซ์ในส่วนของ C0NTROL ปิดวงจร ดังนั้นถ้าหากสถานะลอจิกที่ขา INT0 เป็นสถานะลอจิก "0" เอาต์พุตของออร์เกทก็จะเป็นลอจิก "0" ส่งผลให้สวิตช์ Control เปิดวงจรออก และเราก็จะต้องกำหนดให้สถานะลอจิกของบิต TR1 (TR0) มีสถานะลอจิกเป็น "1" ด้วย เพื่อเป็นการเริ่มต้นและหยุดการนับโดยการกำหนดทางซอฟต์แวร์(Software)

รูปที่ 9 แสดงวงจรการทำงานของไทเมอร์ (Timer) ในส่วนของขา GATE INT และ T1

C/T: (Timer or Counter selector) เป็นการกำหนดฟังก์ชั่นการทำงานของไทเมอร์ (Timer) โดยกำหนดสถานะลอจิกของบิตนี้ โดยเลือกว่าจะให้เป็น Counter หรือ Timer หากกำหนดให้สถานะลอจิกของบิตเป็น "0" ก็จะเป็นการเลือกให้เป็นไทเมอร์(Timer) เป็นลักษณะของตัวตั้งเวลาโดยใช้สัญญาณนาฬิกาจากภายในตัวไมโครคอนโทรลเลอร์เอง และถ้าหากกำหนดสถานะที่บิตนี้ให้เป็นลอจิก"1" ก็จะเป็นการกำหนดการนับ(Counter) โดยให้ทำการรับสัญญาณจากอินพุตภายนอกที่ขา T0 และ T1 (ดูรูปที่ 9 ประกอบ)

M1, M0: (Mode Selector Bit) เป็นการกำหนดโหมดการทำงานของ Counter และ Timer ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 โหมดด้วยกันคือ โหมด0 โหมด1 โหมด2 และโหมด3 ซึ่งจะอธิบายที่ละโหมดในลำดับต่อไป

การหาค่าเวลาใน 1 แมชชีนไซเคิล           การทำงานของตัวจับเวลาในโหมดต่างๆ จะใช้สัญญาณนาฬิกาภายในตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ ค่าเวลาเริ่มต้นในการนับหรือตั้งเวลาอยู่ที่รีจิสเตอร์ THx ,TLx และจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งของการนับ โดย1 ครั้งของการนับ คือการเพิ่มขึ้นทุก 1 แมชชีนไซเคิล (ความถี่สัญญาณนาฬิกาหารด้วย 12 ) เพราะฉะนั้นการหาค่าการนับจะต้องคำนึงถึง ความถี่ของคริสตอลที่นำมาใช้ด้วย เราสามารถหาเวลาใน 1 แมชชีนไซเคิลได้ดังนี้          

          ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าในการทำงานของไมโครคอนโทรลเลอร์ 1 แมชชีนไซเคิล ถ้าหากใช้คริสตอล 12 MHz จะใช้เวลา 1 microsecond และถ้าหากใช้คริสตอล 11.0592 MHz จะใช้เวลา 1.085 microsecond

การกำหนดค่าในการนับให้กับรีจิสเตอร์ TLx และ THx           ค่าข้อมูลที่อยู่ในรีจิสเตอร์ THx,TLx จะเพิ่มขึ้นที่ละค่าจนเป็น "1" ทุกบิต(THx=FFH,TLx=FFH)แล้วจะทำการนับวนกลับไปที่ "0" ใหม่อีกเราจึงเรียกว่าเกิดการนับเกิน (Overflow) ซึ่งหมายถึงการครบกำหนดของเวลาที่ตั้งไว้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น (THx = TH0 ,TH1 และ TLx = TL0,TL1 ) หากต้องการให้ไทเมอร์ (Timer) นับเป็นจำนวน 200 ครั้งก็สามารถที่จะกำหนดให้ค่าที่นับได้สูงสุดคือ 65,536หรือ FFFFH นำมาลบออกจากค่าที่ต้องการนับคือ 65,536 - 200 = 65,336 ถ้าเราแปลงให้เป็นเลขฐาน 16 ก็จะได้ค่าเท่ากับ FF38H ผลก็คือเราจะต้องกำหนดค่าข้อมูลในรีจิสเตอร์ THx ให้มีค่าเท่ากับ FFH และกำหนดค่าข้อมูลในรีจิสเตอร์ TLx ให้มีค่าเท่ากับ38H ซึ่งก็หมายความว่าเราจะเริ่มต้นเพื่อทำการนับที่ FF38H เพิ่มไปทีละหนึ่งค่า จนครบ 200 ครั้งถ้าหากใช้คริสตอลค่า 12 MHz ก็จะหมายถึงนับไปแล้ว 200 Usec หลังจากนั้นจะเกิดค่านับเกิน (Overflow) ทำให้บิตแสดงสถานะ TFx (TF0, TF1) ในรีจิสเตอร์ TCON เกิดการเซตค่าเป็น "1" หลังจากนั้นค่าในรีจิสเตอร์ TLx และ THx ก็จะกลับมาเริ่มต้นที่ 00000000B ใหม่ หรืออีกวิธีหนึ่งในการกำหนดค่าข้อมูลให้กับรีจิสเตอร์ THx,TLx ก็คือนำเอาจำนวนค่าที่เราต้องการจะนับ มาทำ 2'S Complement ยกตัวอย่างเช่นต้องการนับจำนวน 200 ครั้ง           ขั้นที่1 ให้ทำค่า 200 เป็นเลขฐาน16 ก่อนซึ่งจะได้ค่าเท่ากับ 00C8H           ขั้นที่ 2 หลังจากนั้นให้ทำเป็นเลขฐาน 2 = 0000 0000 1100 1000 B           ขั้นที่ 3 ทำเป็น 1'S Complement = 1111 1111 0011 0111B (กลับข้อมูลจากขั้นตอนที่ 2 จาก "1"เป็น 0 " และ "0 "เป็น "1"           ขั้นที่ 4 ทำเป็น 2'S Complement = 1111 1111 0011 1000B (บวกค่าข้อมูลในขั้นตอนที่ 3 อีก 1 ค่า)           ขั้นที่ 5 ทำเป็นเลขฐาน16 = FF38H                     ผลลัพท์ที่ได้ก็คือค่าข้อมูลในรีจิสเตอร์ THx = FFH และค่าข้อมูลในรีจิสเตอร์ TLx = 38H

การทำงานของไทเมอร์ (Timer) ในโหมด 0         การทำงานของไทเมอร์ในโหมด 0 ค่าของการนับจะใช้งานเพียง 13 บิต โดยการนำเอาข้อมูลในรีจิสเตอร์ TLx มาใช้งานเพียง 5 บิต และข้อมูลในรีจิสเตอร์ THx อีก 8 บิตรวมกันเป็น 13 บิตซึ่งจะอยู่ในช่วง 0000H-1FFFH (TLx= 00 -1FH,THx=00- FFH) หรือ 0 - 8,192 วิธีการใช้งาน ให้ทำการนับให้เกิน 8,192 ค่าก็จะทำให้ บิตแสดงสถานะเกิน(Over flow flag) TF0,TF1 ทำการเซตบิตไมโครคอนโทรลเลอร์ ก็จะรู้ว่าเกิดการนับครบค่าที่กำหนดแล้ว ในวิธีการนับเราจะเริ่มนับที่รีจิสเตอร์ TLx ในส่วน 5 บิตก่อนให้ครบ 31ครั้ง (25 หรือ XXX00000B - XXX11111B) หลังจากนั้นเมื่อทำการนับครั้งที่ 32จะทำการเพิ่มค่าที่ THx ขึ้นอีกหนึ่งค่าดังนั้นอัตราส่วนระหว่าง THx และ TLx จึงเป็น 1:32

รูปที่ 10 แสดงการทำงานของ Timer/Counter ในโหมดที่ 0

        พิจารณาจากรูปที่ 10 การกำหนดที่บิต GATE C/T และ TRx (TR0 หรือ TR1) เราสามารถกำหนดได้จากซอฟต์แวร์(Software)เท่านั้น จะเป็นการเลือกให้ใช้ในส่วนของการควบคุมการตั้งเวลา(Timer) หรือจากการทำงานในส่วนของฮาร์ดแวร์(Hardware) การกำหนดสถานะลอจิกที่ขา INT0 หรือ INT1 จะเป็นการควบคุมการปิด - เปิดสวิตซ์ที่จะรับสัญญาณอินพุต เพื่อเข้าสู่การนับที่รีจิสเตอร์ TLx โดยสัญญาณที่รับเข้ามาจะมีด้วยกัน 2 ทางโดยเลือกได้จากบิต C/T คือ ทางแรกจะรับมาจากสัญญาณความถี่ภายในของไมโครคอนโทรลเลอร์ หารด้วย12 ส่วนอีกทางหนึ่งจะรับสัญญาณที่มาจากภายนอกที่ขา T0 หรือ T1 ของไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยเราจะใช้บิต TRx เป็นตัวควบคุมการเริ่มต้นและหยุดการนับโดยคำสั่งทางซอฟต์แวร์(Software)

Source: http://ladict.asia/%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1/cms-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ otc คือ

Otc คือ

เทคนิค IQ option ตลาด OTC by Kitti T.

วิดีโอ otc คือ



รูปที่ 10 แสดงการทำงานของ Timer/Counter ในโหมดที่ 0

ที่มา : http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/121

Armodafinil should not be used in place of getting enough sleep. Follow your doctor's advice about good sleep habits. Continue to use any breathing devices or other treatments that your doctor has prescribed to treat your condition, especially if you have OSAHS.



CMS คืออะไร

 CMS ย่อมาจาก Content Management System คือ ระบบบริหารจัดการเว็บไซต์

เป็นระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป โดยในการใช้งานจะช่วยให้การพัฒนา

และการบริหารข้อมูลเว็บไซต์ให้เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว โดยจะมีโปรแกรมเสริมซึ่งอาจมากับระบบหรือจากที่ผู้ใช้ติดตั้งเองเพื่อให้เว็บไซต์มีลูกเล่นมากขึ้น เช่นระบบกระดานข่าว (Webboard) ระบบแบบสอบถาม (Poll) ตระกร้าสินค้า(Shopping Cart) และอื่นๆอีกมากมาย

CMS เป็นเหมือนโปรแกรม โปรแกรมหนึ่ง ที่มีผู้พัฒนามาจากภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในเว็บไซต์เช่น PHP,Python,ASP,JSP

ซึ่งในปัจจุบันมีคนใจดีพัฒนา CMS ฟรีขึ้นมามากมายอย่างเช่น Mambo,Joomla,Wordpress

แน่นอนว่าผู้พัฒนาระบบ CMS ฟรี ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นล้วนเป็นมืออาชีพที่มีฝีมือในเรื่องของเว็บไซต์เป็นอย่างยิ่ง

ทั้งการเขียนโปรแกรมที่รัดกุมการออกแบบเนวิเกชั่นที่ดี ทำให้ภาพรวมของเว็บไซต์ที่ใช้ CMS นั้นออกมาแบบมืออาชีพอย่างมาก

ที่มา : http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/121

: http://itspace.bu.ac.th/

Source: http://www.adisak51.com/page12.html